Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ส่องอาการ ความเครียดสะสม รู้เท่าทันสุขภาพใจก่อนภัยมาเยือน

Posted By Plook Blog | 03 พ.ค. 66
349 Views

  Favorite

ความเครียดเป็นภาวะทางอารมณ์ที่อยู่กับมนุษย์ทุกคน เมื่อสภาพสังคมมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เกิดปัญหารอบตัวมากมายที่ทำให้เราวิตกกังวลโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เกิดคำถามกับตัวเอง ว่าเรากำลังแบกความเครียดมากเกินไปจนเข้าขั้น “ความเครียดสะสม” แล้วหรือยัง ?

 

Plook Blog

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดสะสม

ความเครียดนั้นจะก่อตัวขึ้นมาได้ต้องมีปัจจัยบางอย่างไปกระตุ้น ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ด้าน คือ

1. ปัจจัยด้านชีวภาพ ความเครียดอาจได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าในกลุ่มของปัจจัยด้านร่างกาย เช่น ความเจ็บป่วย ความพิการทางรูปร่าง 

2. ปัจจัยด้านจิตใจความไวต่อความเครียด เช่น บุคลิกภาพของแต่ละบุคคล นอกจากนั้นการคิด เรื่อง เดิมซ้ำ ๆ ความวิตกกังวลก็อาจก่อให้เกิดความเครียดขึ้นได้

3. ปัจจัยด้านสังคม เช่น ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ปัญหาจากเพื่อนร่วมงาน ความเครียดที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน หรือการเสพข้อมูลข่าวสารด้านลบมากเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดความเครียดสะสมได้

ซึ่งแต่ละคนก็จะมีมูลเหตุและปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นความเครียดที่แตกต่างกันไป 

                                          

 

 

วิธีจับสัญญาณอันตราย เครียดแค่ไหนต้องไปหาหมอ

ความเครียดกับชีวิตเป็นของคู่กันอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งถ้าเรามีความเครียดในระดับปกติ เราก็มักจะรับมือได้ด้วยกิจกรรมคลายเครียดและการพักผ่อนในแบบของเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราทุกข์นาน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณว่ามีความเครียดที่มากกว่าระดับปกติแล้ว

-ทุกข์มากกว่าสุขอย่างชัดเจน

-รู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งเร้าที่ทำให้เศร้าหรือหงุดหงิดง่ายขึ้น

-วิธีคลายเครียดที่เราเคยใช้อยู่กลับเริ่มไม่ได้ผล

-อารมณ์ขุ่นมัว รู้สึกไม่ดีอยู่เป็นประจำ
 

โดยเราสามารถใช้วิธีนี้จับสัญญาณความเครียดสะสมของคนใกล้ตัวได้เช่นกัน เพื่อช่วยบอกเพื่อนและคนในครอบครัวให้รีบรักษาและรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

 

 

 

อาการความเครียดสะสม ที่สังเกตได้

  • พฤติกรรมการนอนที่เปลี่ยนไป เช่น นอนไม่หลับ ตื่นเร็วเกินไป หรือ ชอบตื่นกลางดึก
  • พฤติกรรมทางอารมณ์ที่เปลี่ยนไป เช่น นิ่งเงียบ ไม่พูดคุย เบื่อหน่ายชีวิต วิตกกังวล และหน้าตาเศร้าหมอง ความต้องการทางเพศลดลง
  • อาการเครียดที่แสดงออกทางกาย เช่น หายใจถี่ขึ้น หรือ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว บางรายมีอาหารปวดหัวร่วม
  • ผู้ที่มีความเครียดสะสมมาก ๆ อาจมีอาการเครียดจนอยากตาย

 

เครียดมาก ๆ อย่าเก็บไว้ รีบพบแพทย์เพื่อหาทางรักษา

เมื่อพยายามแก้ปัญหาที่ทำให้เครียดแล้วแต่อาการเครียดกลับไม่ทุเลา ให้รู้ไว้ว่าเราไม่ได้อ่อนแอ เมื่อจัดการเองไม่ได้ ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญดูแลและวินิจฉัยให้ตรงจุด บางครั้งความเครียดไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเท่านั้น ยังมีปัจจัยภายในร่วมด้วย เช่น การเสียสมดุลของสารเคมีในสมอง ฮอร์โมน หรือสารสื่อประสาท ซึ่งอาจต้องใช้ยาร่วมในการรักษาด้วย

สิ่งสำคัญคือจะต้องรู้ตัวให้เร็ว หลังจากนั้นอาจพูดคุยระบายกับคนที่ไว้ใจได้หรือเขียนออกมา เพราะความเครียดที่มากเกินปกติมักมีต้นตอจากปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่สามารถใช้วิธีผ่อนคลายอารมณ์ตามปกติได้ ลองใช้เวลาสังเกตตัวเองและหาสาเหตุให้เจอ แล้วค่อย ๆ จัดการทีละข้อ เรียงตามลำดับความสำคัญ อีกเรื่องที่ต้องไม่ลืมคือ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหาร นอนหลับพักผ่อน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

 

 

 

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะลืมความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าพบจิตแพทย์คือจิตไม่ปกติ เพราะจริง ๆ แล้ว ปัญหาเครียดสะสม เบิร์นเอาต์​ หรือซึมเศร้า สามารถรักษาได้โดยผู้เชี่ยวชาญ อย่าเก็บไว้คนเดียว เราทุกคนควรดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรงไม่ต่างจากการตรวจเช็กร่างกาย ที่ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันความคิดและจิตใจ จะได้ห่างไกลจากความเครียดสะสม ที่ก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ แบบไม่ทันตั้งตัว

 

*******************************************

 

ที่มาข้อมูล : พญ. เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวช ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Blog
  • 5 Followers
  • Follow