ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการเด็ก และงานวิจัยในปัจจุบัน ได้ให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันค่ะว่า การนอนไม่เป็นเวลา เช่น ดึกเกินไป น้อยเกินไป มากเกินไป หรือนอนไม่เต็มอิ่มนั้น ล้วนมีความเชื่อมโยงกับการเกิดพัฒนาการที่ล่าช้า ปัญหาสุขภาพ ความสามารถทางเชาว์ปัญญาที่ลดลง รวมไปถึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักหลาย ๆ อย่างของเด็ก ๆ
ขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ก็ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ สำหรับเด็ก ๆ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน และอาจจะยิ่งสำคัญมากกว่า เพราะเด็ก ๆ นั้น มักจะไม่รู้ตัว ว่าความผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายหลาย ๆ อย่างของเขา เกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งต่างจากผู้ใหญ่ที่อย่างน้อยก็พอจะรู้สาเหตุบ้างว่าหลาย ๆ ครั้งเป็นเพราะการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
เอ. พาฟโลสกี (A. Pawlowski) ผู้อำนวยการสร้างของรายการ TODAY Show เคยได้รายงานผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Diabetes Care ว่า “การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 7 ชั่วโมง) หรือการพักผ่อนที่ไม่เป็นเวลา (นอนเร็วคืนหนึ่ง อีกคืนนอนดึกมาก สลับกันไป) มีการเปลี่ยนแปลงไปมาในแต่ละคืนนั้น มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญในร่างกาย และนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้”
ทุกๆ 1 ชั่วโมงของความแตกต่างของระยะเวลาในการนอนแต่ละคืน เช่น คืนนี้นอน 4 ทุ่ม อีกคืน 5 ทุ่ม หรือ คืนนี้ เที่ยงคืน อีกคืนนอน ตี 1 สภาวะเช่นนี้ เป็นการเพิ่มอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญมากถึง 27% และสำหรับเด็ก ๆ นั้น ความเสี่ยงนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับพวกเขาเช่นกัน ไม่แตกต่างไปจากความเสี่ยงในผู้ใหญ่
นอกจากนี้ การนอนไม่เป็นเวลา ยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่มีสมาธิ งอแง และโมโหง่ายมากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กที่นอนเป็นเวลา
คำตอบจากวิชาการก็คือ สำหรับเด็ก ๆ วัยไม่เกิน 7 ปีนั้น จำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการพักผ่อนของเด็ก ๆ ก็คือ 7-8 ชั่วโมง และควรเข้านอนเป็นเวลาเดียวกันในทุก ๆ คืน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเข้านอนก็คือ ประมาณ 19.30-20.30 น. นั่นเองค่ะ
ครูพิม ณัฏฐณี สุขปรีดี
นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็กและการเลี้ยงลูกเชิงบวก