การคำนวณภาษี เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากรายได้ของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้จากธุรกิจ หรือรายได้จากการลงทุน การรู้ วิธีคำนวณภาษี อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงค่าปรับจากการยื่นภาษีผิดพลาด
รายได้ที่ต้องเสียภาษี คือ รายได้ที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ ซึ่งต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยแบ่งเป็น 8 ประเภท ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่
1. เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (เช่น รายได้จากการทำงานประจำ)
2. ค่าจ้างจากงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์
3. รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา
4. ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน
5. ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์)
6. รายได้จากวิชาชีพอิสระ (เช่น แพทย์ วิศวกร ทนายความ)
7. รายได้จากการรับเหมา
8. รายได้อื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าข่ายข้างต้น
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่
นำรายได้ทั้งหมดในปีภาษี (มกราคม - ธันวาคม) มารวมกัน จากนั้นหักค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุญาตตามประเภทของรายได้ เช่น
รายได้จากเงินเดือน หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
รายได้จากค่าเช่า หักค่าใช้จ่ายตามประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านให้เช่าหักได้ 30%
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้
เงินเดือน: หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์: หักค่าใช้จ่ายตามประเภททรัพย์สิน เช่น บ้านเช่าหักได้ 30%
ตัวอย่าง
รายได้จากเงินเดือน = 800,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 100,000 บาท
รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย = 700,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิพิเศษที่ช่วยลดฐานภาษีของคุณ โดยทั่วไปมีค่าลดหย่อนดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณรายได้สุทธิ
หากคุณมีรายได้ปีละ 800,000 บาท และมีค่าลดหย่อนดังนี้
ค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 50% (สูงสุด 100,000 บาท) → หัก 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
ประกันชีวิต 50,000 บาท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 50,000 บาท
รายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อน = 800,000 - (100,000 + 60,000 + 50,000 + 50,000) = 540,000 บาท
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดตาม อัตราภาษีก้าวหน้า ดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณภาษี (กรณีรายได้สุทธิ 540,000 บาท)
150,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี
150,001 - 300,000 บาท = 5% ของ 150,000 = 7,500 บาท
300,001 - 500,000 บาท = 10% ของ 200,000 = 20,000 บาท
500,001 - 540,000 บาท = 15% ของ 40,000 = 6,000 บาท
รวมภาษีที่ต้องจ่าย = 7,500 + 20,000 + 6,000 = 33,500 บาท
หากคุณถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ ยื่นลดหย่อนภาษีล่วงหน้า สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ เช่น
หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว 20,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายจริง = 33,500 - 20,000 = 13,500 บาท
ยื่นภาษีผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
สามารถเลือกผ่อนจ่ายภาษีได้หากมียอดภาษีเกิน 3,000 บาท
ยื่นภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี
ข้อมูลอ้างอิง
กรมสรรพากร