Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

การคำนวณภาษีรายได้ส่วนบุคคล: วิธีที่ง่ายและรวดเร็ว

Posted By Kung_nadthanan | 04 เม.ย. 68
34 Views

  Favorite

 

การคำนวณภาษี เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนควรทำความเข้าใจ โดยเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากรายได้ของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้จากธุรกิจ หรือรายได้จากการลงทุน การรู้ วิธีคำนวณภาษี อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงค่าปรับจากการยื่นภาษีผิดพลาด

รายได้ที่ต้องเสียภาษีคืออะไร?

รายได้ที่ต้องเสียภาษี คือ รายได้ที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ ซึ่งต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยแบ่งเป็น 8 ประเภท ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่

1. เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (เช่น รายได้จากการทำงานประจำ)

2. ค่าจ้างจากงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์

3. รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา

4. ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน

5. ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์)

6. รายได้จากวิชาชีพอิสระ (เช่น แพทย์ วิศวกร ทนายความ)

7. รายได้จากการรับเหมา

8. รายได้อื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าข่ายข้างต้น

 

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

 

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณรายได้สุทธิ (Net Income)

รายได้สุทธิ = รายได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่ายที่หักได้

นำรายได้ทั้งหมดในปีภาษี (มกราคม - ธันวาคม) มารวมกัน จากนั้นหักค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุญาตตามประเภทของรายได้ เช่น

รายได้จากเงินเดือน หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

รายได้จากค่าเช่า หักค่าใช้จ่ายตามประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านให้เช่าหักได้ 30%

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้

เงินเดือน: หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์: หักค่าใช้จ่ายตามประเภททรัพย์สิน เช่น บ้านเช่าหักได้ 30%

ตัวอย่าง

รายได้จากเงินเดือน = 800,000 บาท

หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 100,000 บาท

รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย = 700,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 2: หักค่าลดหย่อนภาษี

ค่าลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิพิเศษที่ช่วยลดฐานภาษีของคุณ โดยทั่วไปมีค่าลดหย่อนดังนี้

 
 

ตัวอย่างการคำนวณรายได้สุทธิ

หากคุณมีรายได้ปีละ 800,000 บาท และมีค่าลดหย่อนดังนี้

ค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 50% (สูงสุด 100,000 บาท) → หัก 100,000 บาท

ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท

ประกันชีวิต 50,000 บาท

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 50,000 บาท

รายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อน = 800,000 - (100,000 + 60,000 + 50,000 + 50,000) = 540,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดตาม อัตราภาษีก้าวหน้า ดังนี้

 

 

ตัวอย่างการคำนวณภาษี (กรณีรายได้สุทธิ 540,000 บาท)

150,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี

150,001 - 300,000 บาท = 5% ของ 150,000 = 7,500 บาท

300,001 - 500,000 บาท = 10% ของ 200,000 = 20,000 บาท

500,001 - 540,000 บาท = 15% ของ 40,000 = 6,000 บาท

รวมภาษีที่ต้องจ่าย = 7,500 + 20,000 + 6,000 = 33,500 บาท

 

ขั้นตอนที่ 4: หักภาษีที่ชำระไปแล้ว

หากคุณถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ ยื่นลดหย่อนภาษีล่วงหน้า สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ เช่น

หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว 20,000 บาท

ภาษีที่ต้องจ่ายจริง = 33,500 - 20,000 = 13,500 บาท
 

ขั้นตอนที่ 5: ยื่นภาษีและชำระภาษี

ยื่นภาษีผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th

สามารถเลือกผ่อนจ่ายภาษีได้หากมียอดภาษีเกิน 3,000 บาท

ยื่นภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี

 

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณจากรายได้ทั้งปี ลบด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วใช้ อัตราภาษีก้าวหน้า ในการคำนวณ การวางแผนภาษีที่ดีช่วยประหยัดภาษีได้ เช่น ใช้สิทธิ์ค่าลดหย่อนให้ครบ ควรยื่นภาษีให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ย

อยากประหยัดภาษี? เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่ต้นปี และใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า!

 

ข้อมูลอ้างอิง

กรมสรรพากร

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Kung_nadthanan
  • 0 Followers
  • Follow