2,791 Views
ต้องบอกว่าตั้งใจดูทั้ง 4 ตอนแล้ว รู้สึกอิ่มเอมใจมากค่ะ ด้วยบรรยากาศภายในเรื่อง เคมีระหว่างพระนาง (คิมซอนโฮ และ ชินมินอา) หรือนักแสดงประกอบที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบทบาท ทำให้หมู่บ้านที่กงจินมีชีวิตชีวาและน่าค้นหาว่า ภายในรอยยิ้มและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของชาวบ้าน จะมีเรื่องราวอะไรให้ฮเยจินได้เรียนรู้ พร้อมกับการทำความรู้จักพ่อหนุ่มหลากอาชีพ ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของทุกคนในชุมชน
พอมองย้อนกลับมาดูรายละเอียดของซีรีส์แล้ว เรารู้สึกว่าเขียนบทออกมาได้ดีมาก เพราะใส่รายละเอียดมุมมองของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันเข้ามาได้อย่างเนียน ๆ แม้ว่าโลเคชั่นหลักของซีรีส์เรื่องนี้จะอยู่ที่กงจิน หมู่บ้านติดชายทะเลที่นางเอกของเราเคยหลุดปากเรียกว่า ‘บ้านนอก’
“ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกชายของแม่นะ”
เป็นคำพูดของแม่ที่กล่าวอวยพรวันเกิดให้ลูก หากฟังผ่านไปก็แทบไม่ได้คิดอะไร แต่จริง ๆ แล้ว เรารู้สึกว่าประโยคนี้มันมีความหมายมากกว่านั้น เพราะมันหมายถึงว่า เธอขอบคุณลูกจริง ๆ ที่เกิดมาเป็นลูก เนื่องจากลูกเลือกเกิดไม่ได้ ประโยคขอบคุณนี้จึงไม่มีความคาดหวังของผู้เป็นแม่ส่งไปที่ตัวลูก เพราะถ้าเกิดแม่มีความคาดหวัง คำพูดจะเปลี่ยนไป เช่น ขอให้เป็นเด็กดี, ขอให้สอบได้ที่หนึ่ง หรือแม้แต่ขอให้สุขภาพดี ประโยคเหล่านี้ต่างก็มีความหมายแฝงถึงสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นผ่านคำอวยพรในวันพิเศษ แต่การขอบคุณกลับต่างไป เพราะมันเต็มไปด้วยความตื้นตันที่ลูกเกิดมาเป็นลูกของแม่จริง ๆ
หรือการที่ตัวละครช่างเม้าท์ เม้าท์ถึงหัวหน้าชุมชนที่หย่ากับสามีว่าเป็นการตัดสินใจที่แข็งแกร่งมาก แต่ฮเยจินกลับสวนออกมาว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา จะหย่าหรือแต่งงาน ก็เป็นการเลือกเส้นทางหนึ่งของชีวิตคนเราเท่านั้นเองเพราะการหย่า ไม่ใช่เรื่องผิดในสังคมแล้ว
“จะว่าไงดี มันต้องมีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวถึงจะหย่าได้นะ ว่าไหม”
“อันนั้นเป็นคำพูดที่โบราณมากนะคะ การหย่าเป็นสิ่งที่ผิดเหรอคะ ก็แค่ทางเลือกหนึ่งในชีวิตเหมือนกับการแต่งงานนี่”
หรือจะในเหตุการณ์ที่เพื่อนของฮเยจินถูกคนไข้ลวนลาม เราจะเห็นทั้งการให้ความรู้ทางกฎหมายว่า คำให้การของผู้เสียหายสามารถเป็นหลักฐานได้ หรือแม้แต่ การที่ตำรวจพูดว่า หากเกิดเรื่องทำนองนี้อีกในอนาคตอย่าเก็บไว้คนเดียว จะเห็นได้ว่าในเหตุการณ์นี้ไม่มีตัวละครตัวไหนที่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเหยื่อ และไม่มีใครมาถามเลยว่าเหยื่อถูกลวนลามอย่างไรบ้าง ทุกคนเลือกที่จะปลอบใจและใช้กฎหมายลงโทษคนผิดมากกว่า
จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์คุกคามในเรื่องแทบไม่มีภาพที่ทำให้ผู้ชมดูแล้วรู้สึกหดหู่เลย แต่ดูแล้วกลับมีกำลังใจมากขึ้นเพราะรู้ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่พร้อมจะปกป้องและเข้าใจผู้ถูกกระทำ